• การทดสอบโดยไม่ทำลาย
• การตรวจสอบ
   

หากท่านต้องการติดตาม ข่าวสารล่าสุดจากทาง บริษัทของเรา

 


 
 

เป็นการใช้หลักวิชาการทางฟิสิกส์ เพื่อตรวจสอบวัสดุ และชิ้นส่วนประกอบต่างๆ ของเครื่องจักร ระบบท่อลำเลียง ก๊าซ น้ำมัน สารเคมี ถังรับแรงดันสูง หม้อต้มไอน้ำ (Boiler) และโครงสร้างโลหะเหล็กขนาดใหญ่ เพื่อหารอยตำหนิภายในโครงสร้างของวัสดุ ซึ่งอาจจะมีผลทำให้เกิดความเสียหาย ไม่ปลอดภัย เป็นอันตรายต่อทรัพย์สินและสิ่งแวดล้อมได้ โดยงาน NDT เป็นการทดสอบเพื่อหารอยตำหนิ ภายในโครงสร้างของวัสดุที่ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า โดยไม่ทำให้โครงสร้างมีการเปลี่ยนแปลงทั้งก่อน ขณะปฏิบัติงาน และหลังการทดสอบแต่อย่างใด ขอบข่ายการให้บริการ NDT ที่บริษัท ให้บริการหลักในปัจจุบัน จะประกอบด้วย 4 วิธีการให้บริการหลัก ได้แก่ RT UT MT และ PT และวิธีอื่นๆ อีก 5 วิธีการให้บริการ นอกจากนี้ บริษัทยังอยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อม การให้บริการผ่านการฝึกอบรมบุคลากร ให้เป็นผู้มีความเชี่ยวชาญในการให้บริการ และสั่งซื้อเครื่องมือ และอุปกรณ์ที่เป็นเทคโนโลยีชั้นสูง (Advanced Technology) เพิ่มเติมอีก 3 วิธีการให้บริการ รวมทั้งหมด 12 วิธีการให้บริการ โดยมีรายละเอียด ดังนี้

วิธีการที่ให้บริการในกระบวนการทดสอบโดยไม่ทำลาย
วิธีการให้บริการ รายละเอียด
1. Radiographic Testing (RT) (การทดสอบด้วยภาพถ่ายรังสี) วิธีการทดสอบโดยการฉายรังสี คือ การตรวจหารอยตำหนิภายในวัสดุ โดยใช้สารกัมมันตรังสี และใช้แผ่นฟิล์มบันทึกข้อมูล ตัวอย่างงานที่ใช้วิธีการนี้ ได้แก่ งานท่อ งานแนวเชื่อม
2. Ultrasonic Testing (UT) (การทดสอบ ด้วยคลื่นความถี่สูง) การทดสอบโดยการใช้คลื่นเสียงความถี่สูง ซึ่งเป็นที่นิยมมากในงานอุตสาหกรรม ที่เกี่ยวกับการควบคุมคุณภาพ และศึกษาถึงส่วนประกอบ แต่ส่วนมากใช้ตรวจสอบหารอยตำหนิ และวัดหาขนาดความหนา ตัวอย่างงานที่ใช้วิธีการนี้ ได้แก่ งานโครงสร้างโลหะ
3. Magnetic Particles Testing (MT) (การทดสอบด้วยอนุภาคแม่เหล็ก) เป็นวิธีการทดสอบโดยใช้ผงแม่เหล็ก และขบวนการเหนี่ยวนำให้เกิดสนามแม่เหล็ก ซึ่งใช้ตรวจสอบชิ้นงานประเภทเหล็ก และเหล็กกล้าที่มีคุณสมบัติความเป็นแม่เหล็ก (Ferro Magnetic Material) ได้ ตัวอย่างงานที่ใช้วิธีการนี้ ได้แก่ งานท่อ งานโครงสร้างโลหะ
4. Liquid Penetrant Testing (PT) (การทดสอบโดยสารแทรกซึม) เป็นวิธีการตรวจสอบความบกพร่องบนผิวชิ้นงาน หรือวัสดุที่ผิวหน้าเปิดและวัสดุต้องไม่เป็นรูพรุน วิธีนี้เป็นวิธีที่นิยมใช้ตรวจสอบกับวัสดุ ที่ไม่มีคุณสมบัติความเป็นแม่เหล็ก โดยใช้หลักการของกระบวนการการแทรกซึมของน้ำยาลงไปในผิวชิ้นงาน ตัวอย่างงานที่ใช้วิธีการนี้ ได้แก่ งานท่อ งานโครงสร้างโลหะ
5. Ultrasonic Thickness Measurement เป็นการทดสอบโดยกระบวนการใช้คลื่นเสียง ในการตรวจสอบความหนาของชิ้นงานเช่นถังรับแรงดันสูง ระบบท่อ อุปกรณ์ต่างๆ
6. Coating/ Wrapping Holiday Detection เป็นการทดสอบเพื่อหาการแตก หรือรั่วของสารที่ใช้เคลือบบนผิวโลหะ เช่น สี หรือวัสดุที่ใช้เคลือบเพื่อป้องกันการกัดกร่อนผิวงานโลหะ การทดสอบด้วยวิธีการนี้เหมาะสำหรับงานประเภทงานท่อเป็นส่วนใหญ่
7. Hardness Measurement เป็นการวัดความแข็งแกร่งของเนื้อโลหะ ซึ่งเป็นการตรวจวัดทางเครื่องกล ทำให้ทราบถึงความแข็งแรงของโลหะ ซึ่งมีประโยชน์ในการนำมาคำนวณ ออกแบบโครงสร้าง ระบบท่อ ภาชนะรับแรงดัน ตัวอย่างชิ้นงานที่ใช้วิธีการนี้ คือ งานโครงสร้างโลหะ งานถังบรรจุสารไวไฟ
8. Hydrostatic Testing วิธีการตรวจสอบรอยรั่วซึมของถัง ระบบท่อด้วยแรงดันน้ำ ตัวอย่างชิ้นงานที่ใช้วิธีการนี้ คือ งานตรวจสอบถังก๊าซ
9. NDT and Engineering Consultation การให้บริการที่ปรึกษาทางวิศวกรรม และกระบวนการทดสอบด้วย NDT โดยทางบริษัทจะเป็นผู้ให้คำแนะนำ ถึงข้อควรปฏิบัติเพื่อให้ชิ้นงานมีคุณภาพ ตามมาตรฐานที่กำหนดของเทคโนโลยีที่ใช้ เช่น งานเชื่อมโลหะ งานท่อลำเลียง ซึ่งภายหลังจากที่ดำเนินงานเสร็จเรียบร้อยแล้ว ทางบริษัทจะเป็นผู้เข้าไปให้การทดสอบ และตรวจสอบความปลอดภัยด้วย NDT อีกครั้งหนึ่ง
10. Bore Scope (Visual Test) เป็นวิธีการตรวจสอบโดยการส่องกล้องเข้าไปภายในของชิ้นงานเพื่อตรวจสอบความข้อบกพร่องที่เกิดกับชิ้นงานภายใน ตัวอย่างงานที่ใช้วิธีการนี้ตรวจสอบ ได้แก่ งานท่อ
11. Eddy Current วิธีการตรวจสอบด้วยกระแสไหลวน ส่วนมากจะใช้กับงานท่อขนากเล็กเป็นส่วนใหญ่
12. Acoustic Emission วิธีการตรวจสอบด้วยการจับเสียง Acoustic ตัวอย่างชิ้นงานที่ใช้วิธีการนี้ คือ ถังเก็บสารไวไฟ หรือแก๊ส

กระบวนการให้บริการด้าน NDT จะเริ่มรับงานโดย ทางผู้ว่าจ้างจะเป็นผู้กำหนดวิธี NDT ที่ใช้ในการทดสอบมาให้ทางบริษัท พร้อมกับระบุรายละเอียดของชิ้นงานที่จะให้ทำการทดสอบ ซึ่งภายหลังจากที่ได้ทดสอบชิ้นงานด้วยวิธีการต่างๆ ตามที่กล่าวข้างต้นแล้ว ขั้นตอนต่อไป ผู้ทดสอบจะทำรายงานผลที่ได้จากการทดสอบให้กับผู้ว่าจ้าง เพื่อประเมินความสมบูรณ์ของชิ้นงานตามหลักเกณฑ์ (Code) ที่ใช้กับชิ้นงานนั้นๆ ต่อไป โดยบริษัท จะดำเนินงานทั้งในส่วนของการทดสอบ และรายงานผลตามมาตรฐานสากล

ทั้งนี้วิธีการที่ให้บริการด้าน NDT ดังกล่าวข้างต้นนั้น สามารถแบ่งการให้บริการออกเป็น 2 แนวทาง ตามความก้าวหน้าของการพัฒนาทางด้านเทคโนโลยีในการผลิตและปรับปรุงเครื่องมือ และอุปกรณ์ ที่ใช้ประกอบการให้บริการด้าน NDT โดยมีรายละเอียด ดังนี้

  1. การทดสอบด้วยแนวทางดั้งเดิม (Conventional Method)
  2. เป็นแนวทางการทดสอบ ที่ยังคงมีการปฏิบัติกันมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ซึ่งเป็นแนวทางที่ค่อนข้างใช้ระยะเวลา และจำนวนผู้ปฏิบัติในการตรวจสอบ และทดสอบมากกว่าการทดสอบด้วยแนวทางการใช้เทคโนโลยีชั้นสูง (Advanced Method) ซึ่งปัจจุบันทางบริษัทมีสัดส่วนการรับงานประเภทนี้ คิดเป็นร้อยละ 90 - 95 โดยข้อดีของแนวทางนี้ คือ มีต้นทุนเกี่ยวกับเครื่องมือ และอุปกรณ์ที่ใช้ประกอบการปฏิบัติงานค่อนข้างต่ำ และเนื่องจากเป็นวิธีที่ใช้ทดสอบมานานตั้งแต่อดีต บริษัทจึงได้ประโยชน์จากการใช้เครื่องมือ และอุปกรณ์ที่มีอยู่ได้เป็นการประหยัดต้นทุนบริการได้มาก อีกทั้งบริษัทได้ให้ความสำคัญในการซ่อมบำรุงรักษา ให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้อย่างมีประสิทธิภาพอยู่ ตลอดอายุขัยของการใช้งาน ส่วนการที่จะสั่งซื้อเครื่องมือ และอุปกรณ์ดังกล่าวเพิ่มเติม ก็ต่อเมื่อมีการรับงานที่ต้องใช้บริการในแนวทางนี้ จากลูกค้าที่เพิ่มขึ้นเท่านั้น

  3. การทดสอบด้วยแนวทางการใช้เทคโนโลยีชั้นสูง (Advanced Method)
  4. เป็นวิธีการทดสอบที่ใช้เครื่องมือ และอุปกรณ์ที่พัฒนาขึ้นมา จากความก้าวหน้าของเทคโนโลยีสมัยใหม่ ที่มีการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อประโยชน์ด้านการทดสอบที่สามารถลดเวลาลงกว่าเดิมมาก เมื่อเทียบกับระยะเวลาที่ใช้แนวทางดั้งเดิม (Conventional Method) นอกจากนี้ยังเป็นการทดสอบที่มีประสิทธิภาพสูง เครื่องมือในการทดสอบมีความง่าย สะดวกสบายในการใช้งาน และที่สำคัญการทดสอบจะมีความแม่นยำ และความปลอดภัยในการใช้งานที่สูงมาก

    อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาเปรียบเทียบวิธีการทดสอบ 2 แนวทาง ดังกล่าวข้างต้น จะพบว่า การทดสอบแนวทาง Advanced จะมีต้นทุนด้านเครื่องมือ และอุปกรณ์ ที่ใช้ประกอบการให้บริการที่สูงมาก เมื่อเทียบกับเครื่องมือ และอุปกรณ์การทดสอบแบบ Conventional นอกจากนี้บุคลากรจะต้องมีความรู้ และความเข้าใจในการทำงานของเครื่องมือ และอุปกรณ์ดังกล่าว เป็นอย่างดี จึงส่งผลให้อัตราค่าบริการสำหรับการทดสอบสูงเช่นกัน ซึ่งลูกค้าที่เลือกใช้บริการ Advanced Method จะคำนึงถึงประโยชน์ในด้านการประหยัดเวลา เพื่อลดต้นทุนค่าเสียโอกาสในการดำเนินธุรกิจ ยกตัวอย่างเช่น หากใช้บริการที่เป็น Advanced Method จะสามารถตรวจสอบจุดเชื่อมโลหะได้ถึง 200 จุดต่อวัน ในขณะที่การทดสอบที่เป็น Conventional Method จะตรวจสอบจุดเชื่อมได้เพียง 10 - 20 จุดต่อวันเท่านั้น ดังนั้นในกรณีที่โรงงานจะต้องหยุดการผลิต เพื่อตรวจสอบตามวาระ (Shut Down) ผู้เกี่ยวข้องกับกิจการ จึงต้องประเมินความคุ้มค่าระหว่างการตรวจสอบ โดยใช้ Advanced Method เพื่อประหยัดเวลา หรือ Conventional Method เพื่อประหยัดค่าทดสอบ

    ปัจจุบัน บริษัทมีสัดส่วนการรับงานที่เป็น Advanced Method คิดเป็นร้อยละ 5 - 10 ของมูลค่าการให้บริการทั้งหมด โดยมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้น ที่ผ่านมา การที่บริษัทสามารถรับงานประเภทดังกล่าวได้ เนื่องมาจากการมีพันธมิตรที่ให้ความร่วมมือ ทั้งในเรื่องของเครื่องมือ อุปกรณ์ และบุคลากรผู้ปฏิบัติงานการให้บริการด้าน Advanced NDT ทำให้บุคคลากรของบริษัทมีความรู้ ความเข้าใจ และประสบการณ์ในการให้บริการที่เป็น Advanced Method เพิ่มขึ้น

    จากเป้าหมายการดำเนินธุรกิจในอนาคต บริษัทจะเพิ่มสัดส่วนการรับงาน Advanced Method ให้มากขึ้นจากเดิม โดยทุนที่ใช้ดำเนินการส่วนหนึ่งจะใช้แนวทางการระดมทุนจากการเสนอขายหุ้นต่อประชาชน เพื่อนำเงินที่ได้มาใช้ในการลงทุนสั่งซื้อเครื่องมือ และอุปกรณ์ที่เป็นเทคโนโลยีชั้นสูง (Advanced Technology) เพื่อรองรับการให้บริการดังกล่าว รวมถึงการเตรียมความพร้อมทางด้านบุคลากร ให้มีใบรับรองผ่านการอบรม และมีความรู้ ความชำนาญในการใช้เครื่องมือ และอุปกรณ์ให้มากขึ้นกว่าเดิม ซึ่งการตั้งเป้าหมาย ในการเพิ่มสัดส่วนการรับงาน Advanced Method ก็เพื่อเข้าไปแย่งชิงส่วนแบ่งทางด้านการตลาด ที่ปัจจุบันบริษัทจากต่างประเทศ ได้เข้ามาครองส่วนแบ่งในการให้บริการที่เป็น Advanced Method คิดเป็นร้อยละ 30 ของมูลค่าการให้บริการตรวจสอบ และทดสอบด้าน NDT ทั้งหมดภายในประเทศ (ข้อมูลจากคุณชมเดือน ศตวุฒิ ในฐานะนายกสมาคม “การทดสอบโดยไม่ทำลายแห่งประเทศไทย" และกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทย เอ็น ดี ที จำกัด (มหาชน)) รวมทั้งการขยายการให้บริการตรวจสอบและทดสอบด้าน NDT ไปยังต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งมีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจที่สูงในขณะนี้

   
 
 
 

Home   l   About TNDT   l   Services   l   Customers/Partner   l   Investor relations   l   Careers   l   Contact us

Copyright 2016 © Thai Nondestructive Testing Public Company Limited. All Right Reserved